19 พ.ค. 2553
ข่าวบางส่วนจาก ประชาไท
“ป้าค้าว อายุราว 65 ปีพูดภาษากลางไม่คล่องนักและขี้อายเกินกว่าจะไปนั่งให้นักข่าวสัมภาษณ์ดังเช่นลุงบัวศรี เมื่อค่อยๆ สอบถามเธอจึงได้ความว่า ลูกชายของเธอคือ นายนิคม เบอร์ขุนทด อายุ 42 ปี มีอาชีพขี่รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างในกรุงเทพฯ ได้ขี่มอเตอร์ไซด์มาดูการชุมนุมเป็นประจำ และในวันเกิดเหตุก็ขี่รถมาส่งผู้โดยสารในที่ชุมนุม ระหว่างทางกลับนั้นเจอคนกลุ่มหนึ่ง คำสุดท้ายที่ลูกชายได้ยินคือ “ไอ้นี่มันเสื้อแดง” จากนั้นก็ถูกรุมตีจนสลบ

เมื่อถามถึงรายละเอียดเวลา สถานที่ รวมถึงลักษณะของกลุ่มคนดังกล่าว ผู้ใหญ่เจริญเล่าว่า นิคมจำอะไรไม่ได้มากนัก และมีอาการเบลอๆ เนื่องจากถูกตีจนหัวแตก และกระดูกคอต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนจนต้องดามไว้จนถึงทุกวันนี้ และอาจต้องพักฟื้นอีกนาน

“ไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ไหม ตอนนี้เขาก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ ต้องนอนตลอด พอลุกนั่งก็เจ็บ” ผู้ใหญ่ว่า

นิคม มีภูมิลำเนาในชัยภูมิเช่นกันแต่อยู่คนละอำเภอกับลุงบัวศรี เขาถูกนำส่งมารักษาตัวในโรงพยาบาลเดียวกัน นอนเตียงข้างๆ กันจึงได้รู้จักกัน ขณะนี้นิคม ย้ายไปพักฟื้นที่บ้านแล้วหลังนอนโรงพยาบาลเกือบเดือน โดยมีแม่และลูกสาววัย 14 ปีที่ต้องหยุดเรียนคอยดูแล นอกเหนือจากนี้พ่อของเจริญก็มีขาพิการ ทำงานไม่ได้ ครอบครัวนี้จึงอยู่ในสภาพไร้เสาหลักโดยสิ้นเชิง และไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากรัฐ  ”

ข้อความจากคุณแด่เพื่อนผู้เดือดร้อนที่ สอบถามจากคุณค้าว

คุณนิยม เบอร์ขุนทด ได้รับการว่าจ้างให้มาส่งที่ชุมนุมบริเวณบ่อนไก่ แล้วพยายามหาทางกลับบ้านเพราะเวลานั้นได้เริ่มมีการเผากันแล้วแต่ได้หลบหลีรกเข้าซอยแล้วเจอชายกลุ่มหนึ่งถืออาวุธพร้อมตะโกนว่า”เอ้ย เสื้อแดงมาแล้ว”ไดเข้ามารุมทำร้ายทุบตีจึงพยายามขี่รถหนีไปเจออุบัติเหตุรถชนอีกครั้งจนหมดสติไปรู้สึกตัวอีกทีที่รพ.ตอนนั้นยังพอจำความได้

ต่อมากลับมารักษาตัวที่ชัยภูมิจึงพบว่ากระดูกคอเคลื่อนทับเส้นประสาทจึงนอนรักษาตัวอยู่รพ.จนกระทั่งวันที่14 มิ.ยน. ต้องออกมาจากรพ.ทั้งที่ยังไม่หายดี ตลอดเวลาเกือบ1เดือนแม่ของพี่นิคมต้องดูแลพ่อที่ขาพิการ จึงมีเพียงลูกสาวน้องปานมณิ เบอร์ขุนทด อายุ14ปี อยู่ม.2 ดูแลตลอดเวลาทำให้ไม่ได้ไปรร.ตลอด1 เดือนเต็มจนฃณะนี้ก็ยังไม่ได้ไป

ปกติแล้วพี่นิคมเป็นคนที่มาทำงานที่กทม.คนเดียวโดยได้ส่งเงินให้ที่บ้านซึ่งอยู่กัน3คน ประกอบด้วยแม่/พ่อและลูกสาว บ้านที่อยู่ก็อยู่อ.เทพสถิตทำให้ไปรับการรักษาที่อ.เมืองลำบากมากโดยระยะทางประมาณ100กว่าโลกว่าจะถึงตัวเมือง ต้องว่าจ้างรถไปกลับ1000กว่าบาท ขณะอยู่ที่บ้านก็ต้องช่วยกันพยุงตัวด้วยกัน2คนยายหลานเพราะพี่นิคมตัวใหญ่ ส่วนพ่อก็ขาพิการ หากน้องปานไปเรียนแม่ก็ต้องทำคนเดียวไม่ไหวล

เมื่อวันที่18 มิ.ย. 2553 จึงเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ ได้รับเงินเยียวยา10,000 บาท แต่ไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางเข้ามารักษาที่ตัวเมืองและค่ารถค่าขนมไปรร.ของหลาน ปกติก็รับจ้างทั่วไปแต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงอยากได้รับความช่วยเหลือหากท่านใดพอจะช่วยเหลือได้บ้างก็ไดโปรดช่วยเหลือด่วนเพราะขณะนี้อยู่บ้านได้เกิดแผลกดทับ ต้องด้รับการรักษาด่วนที่สุดและเริ่มพูดจาไม่ร็เรื่องแล้ว

คำพูดของแม่ค้าว เบอร์ขุนทด : ได้แค่ใหนก็แค่นั้น ไหนๆมันก็จะตายอยู่แล้วคงไม่ใช้อะไรเยอะหรอก(พร้อมกับน้ำตาไหล)

** สำหรับเคสนี้ คุณนิคม อยู่ อ เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ  โดยทางผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยพาคุณป้าค้าว มา กทม พร้อมกับผู้บาดเจ็บอีกท่านนึง เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือต่อไป  **

ร่วมช่วยเหลือได้ที่ บัญชีนางค้าว เบอร์ขุนทด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
สาชาเคหะร่มเกล้า ออมทรัพย์ 184-220530-9

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  http://www.prachatai3.info/journal/2010/06/30043
ขอขอบคุณ @แด่เพื่อนผู้เดือดร้อน  จาก facebook   และ คุณ @mutita  สำหรับข้อมูลค่ะ
  ภาพคุณนิคม
  ป้าค้าว มารดา
Advertisements

เพื่อไปลงทะเบียน รับการเยียวยาจากศูนย์เยียวยากระทรวงพัฒนาสังคม

เนื่องจากมีข้อมูลแจ้งว่า จะปิดรับในสิ้นเดือน มิถุนายนนี้แล้ว

https://redmay19.wordpress.com/ช่วยเหลือเสื้อแดง/

คุณเสกสิทธิ์ ช้างทอง อายุ 28 ปี มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างประจำอยู่แถวโพผธิ์สามต้นมีคนจ้างให้มาส่ง

ที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 19 พ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น.

ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ใต้ตาซ้ายทะลุตาขวาตัดเส้นประสาททำให้ตาบอดทั้งสอง ข้างเล่านาทีก่อนทุกอย่างรอบกายจะมืดสนิทว่า

“เสียงปืนดังไม่หยุด ยิงมาเป็นชุดๆ ต้นไม้ กิ่งไหม้ข้างถนนปลิว กิ่งไม้ร่วง เห็นว่ายิงมาจากทางยกระดับจากข้างบน แค่นั้นก็กลัวแล้ว นั่งอยู่กับที่ จังหวะนั้นก็หันซ้ายหันขวาหาทางหนี แต่ก็ไม่ทันกระสุนกระแทกเข้าตา พยายามลืมตาอีกข้างแต่ลืมไม่ได้ หลังจากนั้นก็ลืมไม่ได้อีกเลย ลืมได้ก็มองไม่เห็น จึงยกมือบอกให้ช่วยและนำมาส่งที่โรงพยาบาล”

นาย เสกสิทธิ์ กล่าวถึงเหตุการณ์วันนั้นทีไรยังผวาจนถึงทุกวันนี้ว่า เสียงปืนสนั่นรอบด้านเป็นอะไรที่ผวาได้ทุกวันนี้ ได้ยินเสียงของหล่นตอนกลางคืนนอนหลับอยู่ลุกขึ้นมานั่งได้ง่ายๆ 1-2 วันแรกเป็นแบบนั้นแต่ตอนนี้ดีขึ้น

“จังหวะที่ประชาชนขนยางมาทำ เป็นบังเกอร์ทหารจึงเริ่มยิงสนั่นหวั่นไหว เป็นภาพที่ติดตาจนถึงตอนนี้” นาย เสกสิทธิ์ย้ำอีกครั้ง

“หมอบอกว่า โดนยิงที่ตาข้างซ้ายไปตุงที่ตาข้างขวา ทำลายเส้นประสาทตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น” นายเสกสิทธิ์บอกเล่าอย่างสิ้นหวังก่อนจะเล่าต่อถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวง ตา

“ตรงนั้นมีคนมามุง เยอะ ผมก็จอดดูแล้วก็มีเสียงปืนดังเป็นชุดๆ แล้วก็มาเข้าที่หน้าผม 1 นัด ดังมาจากทางฝั่งทหารเพราะตอนที่ผมส่งลูกค้าก็เข้าไปข้างในพื้นที่ชุมนุมไม่ ได้ คนก็มาออกันอยู่ตรงนั้นเผชิญหน้ากับทหารมีประชาชนมาเยอะเต็มสองฝั่งเหมือน ปิดถนน มีประชาชนโห่ไล่ทหาร มีคนกลุ่มหนึ่งเอายางมากั้นทำเป็นบังเกอร์ จากนั้นทหารยิงปืนขึ้นฟ้าไปตกตรงไหนไม่รู้แต่มาตกใส่ตาผมนัดหนึ่งกระสุนมา จากทางทหาร” นายเสกสิทธิ์กล่าวยืนยันวิถีกระสุนที่พุ่งเข้ามาทำลายประสาทตา

แม้ นายเสกสิทธิ์ ต้องสูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปเขายังหวังจะกลับมามองเห็นอีกครั้งเพื่อทำมา หากินเลี้ยงลูกและเมียได้ตามเดิม เพราะเขาคือหัวหน้าครอบครัวที่ขับรถรับจ้างเพื่อแลกเงิน แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้วเขายังคงเป็นห่วงลูกชายที่เพิ่งจะเข้าเรียนชั้น ป.1 และบ้านที่ผ่อนไปได้แค่เดือนแรก แล้วลูกกับเมียจะทำอย่างไรต่อไปหากเขาต้องมาสูญเสียดวงตาไป

“ผมก็ มั่นใจว่าผมจะมองเห็นอีกครั้งลูกเมีย ผมกำลังรออยู่ ขอให้ผมหายเหมือนเดิม ขอให้ไปหาเงินผ่อนบ้านเลี้ยงลูกเหมือนเดิม ถ้าผมไม่หายขอให้ลูกเมียผมได้อยู่อย่างที่ผมหวังไว้เท่านั้นเอง” เสียงความหวังปนกับคำร้องขอจากนายเสกสิทธิ์ที่เขาเองก็ไม่รู้จะทำอะไรได้ไป ดีกว่าการให้กำลังใจตนเอง แม้หมอจะบอกว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะมองเห็นหากผ่าก็อันตรายเสี่ยงที่จะติด เชื้อและน็อคไปเลย ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยไว้อย่างนี้ดีกว่า

ความ ช่วยเหลือที่เป็นความหวังเดียวจากชายตาบอดผู้นี้คือ หวังจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหลังจากที่ ออกจากโรงพยาบาลแล้วอย่างน้อยก็ช่วยให้ลูกชายได้เรียนต่อและภรรยาของเขาได้ มีที่พักอาศัย ส่วนตัวเขาเองก็ก้มหน้ารับอยู่ในโลกมืดต่อไป

“ที่ไป ไม่คิดว่าจะ เจอกับตัววเอง ไม่ได้ตั้งใจจะโดนกับตัวเอง แต่จะไปหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่ชะตากรรมมันเลี่ยงไม่ได้ ”

คุณ @เก๋ไก๋ สไลเดอร์  จาก facebook  ได้สัมภาษณ์คุณ เสกสิทธิ์ และ ภรรยา บางส่วนดังมีใจความดังนี้

“นายเสกสิทธิ์ คือหัวหน้าครอบครัวที่ขับรถรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและดูแลภรรยาและบุตรชายที่เพิ่งจะเข้าเรียนชั้น ป.1 นอกจากนี้ยังต้องแบกภาระในการส่ง บ้านที่เพิ่งผ่อนไปได้แค่ เดือนแรก แต่มาตอนนี้เขาได้สูญเสียดวงตา ไปแล้ว 1 ข้างและกำลังจะเสียอีก 1 ข้างในไม่ช้านี้จากการสนทนากับนายสองและภรรยา ทั้งสองเล่าว่า ภายหลังจากที่บาดเจ็บก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง ซึ่งใช้สิทธิ์ฉุกเฉินได้ 7 วันเมื่อครบกำหนดทางโรงพยาบาลก็จะดำเนินการจัดส่งคุณสองมายังโรงพยาบาลที่คุณสองใช้สิทธิ์บัตรทองอยู่ แต่ทางโรงพยาบาลนั้นปฏิเสธเนื่อ งจากไม่สามารถรักษาอาการบาด เจ็บของคุณสองได้ ซึ่งหลังจากนั้นทางโรงพยาบาลกลางจึงได้จ่ายยาบรรเทาปวดให้คุณสองมารับประทาน หากยาหมดก็จะไม่มียาให้ทางคุณสอง แล้ว แต่ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือว่า แม้กระทั่งวันที่คุยกับคุณ สองนี้ กระสุนก็ยังฝังอยู่ในกะโหลกคุณ สอง แถวๆบริเวณโพรงจมูกภรรยาคุณสองได้พยายามวิ่งเต้นหา โรงพยาบาลที่จะมารักษาสามี เธอจึงได้แจ้งความจำนงไปยังหน่วย งานของรัฐบาล ซึ่งเธอได้แจ้งความจำนงค์ว่าขอเลือกเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธน ซึ่งการแจ้งความจำนงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 53 และจนถึงวันนี้ (17 มิถุนายน 53) ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อมาจากหน่วยงานรัฐหรือทางโรงพยาบาลเพื่อนำตัวคุณสองเข้ารับการตรวจรักษาแต่อย่างใดเลยทุกวันภรรยาจะต้องออกไปทำงานเพื่อ หาเลี้ยงครอบครัว ลูกชายก็ต้องส่งไปให้อยู่กับคุณตาเนื่องจากเธอไม่มีเวลาดูแลและเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนคุณสองเองก็ต้องพยายามดูแลตัวเองในยามที่ภรรยาคู่ชีวิตออกไปทำงานนอกบ้าน ซึ่งคุณสองเองก็พยายามทำจิตใจ ให้สงบโดยการสวดมนต์ และเฝ้ารอว่าวันใดที่ตนเองจะกลับมาเห็นอีกครั้งหนึ่งแม้ความหวังจะริบหรี่ลงไปทุกวัน”

หากท่านใดประสงค์จะช่วยเหลือคุณเสกสิทธ์ ช้างทอง ช่วยเหลือได้ที่

คุณสุชญา (ภรรยา)  ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัสปิ่นเกล้า บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 893-201-721-1
ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ @เก๋ไก๋ ไพร่ สไลเดอร์  เป็นอย่างยิ่ง
ข่าวคุณเสกสิทธิ์ ใน นสพ

นายจรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา

นางนวล ฉายแม้น ภรรยานายจรูญกล่าวว่าสามีขับรถแท็กซี่ ส่วนตนเป็นแม่ค้าขายส้มตำอยู่แถวคลองตัน

พอมีการชุมนุมสามีหยุดขับรถโดยบอกกับตนว่าเพื่อนเดือดร้อนต้องออกมาช่วย

เพื่อนถ้าการเรียกร้องประสบความสำเร็จจะทำมา หากินได้มากขึ้น ครอบครัวเราจะดีขึ้นเอง

วันเกิดเหตุทั้งครอบครัวปักหลักชุมนุมอยู่ที่ เวทีราชประสงค์ พอมีข่าวสลายการชุมนุมบริเวณเวทีผ่านฟ้า

สามีจึงไปช่วยเพื่อนที่ผ่านฟ้า ตนปักหลักอยู่ที่เดิมและไม่ได้ติดต่อถามข่าวคราวกันอีกเลย

ลูกสาวจึงโทร.ติดต่อไปที่โทรศัพท์ของสามี พยาบาลรับสายแจ้งว่าสามีอาการสาหัส

มีบาดแผลจากอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอก จากนี้ไปไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร

แต่ตอนนี้ขอปักหลักชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรมให้สามีก่อน

อยากพูดกับนายอภิสิทธิ์ว่า ขอร้องว่าอย่าฆ่าประชาชนมือเปล่า เขามาเรียกร้องประชาธิปไตย ทำไมต้องฆ่าเขา

ปัจจุบันครอบครัวคุณจรูญมีบุตรยังเรียนหนังสืออยู่ 1 คน ทางบ้านค่อนข้างลำบาก ขณะนี้เหลือภรรยาขายของคนเดียว

สามารถช่วยเหลือครอบครัวคุณจรูญแท็กซี่ประชาธิปไตยได้ที่

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา เดอะ แพลทินั่ม แฟชั่น มอลล์

เลขที่บัญชี 210-2090702-8 ชื่อ นางนวล ฉายแม้น และนางสาวนงลักษณ์ ฉายแม้น และนางสาวกมลวรรณ ฉายแม้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ@Mutita มากๆค่ะ

เรื่องราวของคุณจรูญ ผ่าน voiceTV

ข่าวจาก นสพ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273683791&grpid=01&catid

คุณเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ อายุ 29 ปี
เข้าร่วมชุมนุมและเสียชีวิต เมื่อ วันที่ 10 เมษายน โดนกระสุนเข้าที่หัวใจ บริเวณราวนม 5 นัด

มีภาพปรากฏตามสื่อค่อนข้างเยอะ มาก

“การจาก ไปของโบ๊ทในครั้งนี้ทำให้พ่อแม่ พี่น้องและญาติทุกคนเสียใจ มาก ไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทนความสูญเสีย ในครั้งนี้ได้เลย ตระกูล “ฟุ้งกลิ่นจันทร์” ขอประณามรัฐบาลที่มีมีจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไม่น่าเกิดในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะอีกกี่ภพกี่ชาติขอให้ได้เป็นพ่อลูกกันทุกชาติไป หลับให้สบายนักรบสองมือเปล่า ผู้สู้ด้วยหัวใจสีแดงเพื่อประชาธิปไตยมาตลอด” นายบรรเจิด ฟุ้งกลิ่นจันทร์ เขียนไว้อาลัยให้ลูกชาย

แม้ว่าเงินจะไม่สามารถทำให้ลูก ชายคุณบรรเจิดฟื้นขึ้นมาได้
แต่สามารถแสดงความอารี แก่ญาติผู้เสียชีวิตได้ที่

บรรเจิด ฟุ้งกลิ่นจันทร์ (พ่อ)
ธ.กสิกรไทย สาขาคาร์ฟูร์ คลองสาม เลขที่บัญชี 892-2-02014-1

ข่าวคุณเทิดศักดิ์
http://www.thaiindy.org/thailand/th_title_details.php?cont_id=thpolt&title_id=moveaa2010051201

(ขอขอบคุณ facebook  คุณ @mutita สำหรับข้อมูลด้วยนะคะ ^^)

คุณอภิชาติ ระีชีวะ เป็นคนเสื้อแดงที่เ่ล่น camfrog ห้อง สนามหลวง user  Amman_33 (พี่น้อย)
เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 19 พค 53 โดยถูกยิงบริเวณหลัง เข้ารักษาตัวที่ ICU
จนเสียชีวิตในวันที่ 9 มิถุนายน 53

มีบุตร 2 คน ยังเล็กๆอยู่เลย คนเล็กอายุ 7 ขวบ

ให้ความช่วยเหลือครอบครับคุณ อภิชาติ นักรบไซเบอร์ของเราได้ที่

คุณปุ๊กภรรยา 450-0-11668-0 ชื่อ นาง ปรินดา ล้านศาวงค์
ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนหมากแข้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก facebook @สุมาอ้วน กินทั้งวัน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1276079896&grpid=03&catid

http://www.youtube.com/watch?v=QYEXyd6pHyY

ผู้สละชีพ คุณคนึง ฉัตรเท รปภ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกยิงที่ลำตัว เสียชีวิต

โดยได้จอดจักรยานยนต์ไว้ที่แยกปทุมวัน ก่อนเดินทางไปร่วมชุมนุมในวันที่ 10 เมษา 53

ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามจนเสียชีวิต
มีบุตร 1 คน อายุ 13 ปี
ภรรยาชื่อ นางระเบียบ ฉัตรเท  ขณะนี้อยู่กันเพียงสองแม่ลูก
ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเดิมทีพักบ้านสวัสดิการ จุฬา เมื่อสิ้นคุณคนึง

ไม่แน่ใจว่าจะต้องถูกย้ายออกหรือไม่
และต้องประสบกับปัญหาที่ถูกความไม่เข้าใจ ความอคติของผู้คนรอบข้างกดดัน
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ อาจารย์สุดา รังกุพันธ์ (@Suda Rangkupan)
สามารถให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้ได้ที่
ภรรยาชื่อ นางระเบียบ ฉัตรเท ธ.ไทยพานิชย์ สยาม 038 2401 003
รายละเอียดคุณคนึง

http://www.thaifreenews2.info/forum/index.php?topic=9871

ผู้เสียสละชีพ คุณบุญธรรม ทองผุย ถูกยิงศรีษะ ในวันที่ 10 เมย
มีบุตร 2 คน คือ อายุ 16 กับ 7 ขวบ บ้านอยู่ชัยภูมิ

น้องบิ๊กน้องอายุ 7 ขวบ เคยมาชุมนุมกับคุณพ่อบ่อยๆ
หลังจากคุณบุญธรรม เสียชีวิต ได้พบพี่ สุภารัตน์ ภรรยาคุณบุญธรรม ที่ ราชประสงค์
พี่สุภารัตน์พาลูกทั้งสอง มาร่วมชุมนุม

“จะมาสู้แทนพี่บุญธรรม”   คำพูดสุดท้ายก่อนร่ำลากัน

สามารถสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ

ภรรยา คุณสุภารัตน์ ทองผุย ธนาคาร scb 038-445-858-5

ข่าวของคุณบุญธรรม

http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=6471

คุณอนันต์ สิริกุลวาณิชย์ ถูกยิงคอ เสียชีวิต บุตรอายุ 16 ปี กำลังเรียน ม 6

ปัจจุบันอยู่บ้านเช่า ค่อนข้างลำบาก อยู่กันเพียงสองแม่ลูก

ปรกติรายได้หลักมาจากหัวหน้าครอบครัว เมื่อสิ้นหัวหน้าครอบครัว ก็ประสบกับปัญหาหลายๆอย่าง

ทั้งผู้คนที่ไม่เข้าใจและบางครั้งยังซ้ำเติมด้วยคำพูดถากถางและปิดกั้นทางการค้าขาย

หากท่านใดพอมีกำลังทรัพย์ช่วยเหลือทุนการศึกษาเด็กและช่วยค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ได้ที่

ภรรยา คุณกรทอง สิริกุลวาณิชย์  ธ ออมสิน     ป้อมปราบ        054-470-436-202
หรือ
น.ส.สิรดารัตน์ สิริกุลวาณิชย์        ธ กสิกรไทย สาขาวังบูรพา   044-2-64964-2

รายละเอียดของ บุตรและภรรยา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1275455137&grpid=01&catid

คุณลุงวสุ สุริยะแก่นทราย อายุ 59 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกรุมตีที่ศีรษะ
ร่างกายฝั่งขวายังขยับไม่ได้ แต่ฟื้นแล้วหลังจากสลบไป 17 วัน

พักรักษาตัว รพ กลาง และ รพ ภัทรธนบุรี รังสิต

อัพเดทล่าสุด เดือนมิถุนายน  กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน อาการคือ ยังพูดไม่ได้ แขนขยับไม่ได้ ขาขยับได้แล้ว
โดยมีคุณป้ากูลกิจ สุริยะแก่นทราย ภรรยาดูแลอยู่  ทำให้ต้องขาดรายได้ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเดินทางไปหาหมอ

และพยายามทำกายภาพบำบัด รวมทั้งอุปกรณ์และยา สำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง
สามารถบริจาคช่วยเหลือได้ที่
ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี 1520132824 คุณธัญลักษณ์ พรมมาศ หลานสาว
คุณลุงคุณป้า เป็นผู้ชุมนุมที่เิดินทางไปสู้ที่ผ่านฟ้า และ ต่างจังหวัดด้วยตนเองมาโดยตลอด
เราเชื่อมั่นในความยุติธรรม คุณป้ากูลกิจ กล่าว

น้องสันติพงษ์ ที่สูญเสียดวงตา โดยถูกกระสุนยางยิงเข้าที่ดวงตาจนวุ้นในตาแตก

ขณะนี้จำเป็นต้องใช้ตาปลอม

กำลังอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังจากได้รับการเข้าผ่าตัดเพื่อใส่ตาปลอม โดยสูญเสียตาไปตลอดชีวิต 1 ข้าง

ข้อความจาก fb น้องสันติพงษ์นะคะ

” 1761157558 ชื่อบัญชี นาย  ธ.กรุงไทยครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเหลือกัน
เงินมันเยอะแล้วบ้านผมก็ไม่ได้ ร่ำรวยอะไร อยากทำให้มันเหมือนจริงมากที่สุด กราบขอบพระคุณจากใจจริงครับ.”

ข่าวของน้องสันติพงษ์ ค่ะ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1274703823&grpid=01&catid

สมยศ มูลทอง (พี่แหลม) อายุ 41 ปี  ได้รับบาดเจ็บ จากการถูกยิงที่แยกบ่อนไก่ใน วันที่ 14 พ.ค. 53
ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ พักอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชาย ตัวน้อยวัย 2 ขวบกว่า ถูกยิงที่ขาซ้าย กระสุนฝังใน กระดูกหน้าแข้งร้าว ขณะนี้ต้องเข้าเฝือกแข็งและคาด ว่าต้องใช้เวลาในการรักษาไม่ต ่ำกว่า 3 เดือน ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีโอกาส ได้กลับไปทำมาหากินเช่นเดิม ได้อีกเมื่อไหร่

เบญจมาศ เทพจันอัด (พี่กิ๊ก) อายุ 30 ปี ภรรยาพี่แหลม อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ใกล้คลอด เต็มทีพร้อมอาการของโรคเบา หวานที่น่าเป็นห่วง ต้องคอยฉีดยาคุมระดับน้ำตาลในเลือดวันละ 2 เข็ม เช้า-เย็น ดังนั้น นอกจากเสาหลักอย่างพี่แหลมจะทำงานไม่ได้แล้ว

ที่ีมา :  facebook @แด่เพื่อน ผู้เดือดร้อน

ตอนนี้ครอบครัวของพี่แหลมยังคง ขาดแคลนกำลังทรัพย์ไว้เลี้ยงชีพ

รวมถึงข้าวสาร อาหาร และของใช้สำหรับเด็กอ่อน
หากพี่น้องท่านใดมีความประสงค์ จะอนุเคราะห์ความช่วยเหลือ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง ได้ที่
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสาธุประดิษฐ์
ชื่อบัญชี: นายสมยศ มูลทอง
เลขที่บัญชี: 068-271546-1

ข่าวจาก นสพ :
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakExTURZMU13PT0%3D&sectionid=TURNd01RPT0%3D&day=TWpBeE1DMHdOaTB3TlE9PQ%3D%3D&page=1&show=1